ก็...ขอไม่กล่าวเยิ่นเย้อ ก็เตรียมลุยอ่านเนื้อเรื่อง Matheus ตอนที่ 2 กันเลยละกันเน่ออออ XD
 
ใครที่ยังไม่รู้จักเกมส์นี้ก็ไปอ่านเนื้อเรื่องเกริ่นนำ&แนะนำตัวละครได้ที่
 
 
สำหรับเนื้อเรื่องของ Matheus ตอนที่ 1 สามารถดูได้ที่
 
 
ปล.เนื่องจากเกมส์นี้เป็นเกมส์ภาษา ดังนั้นอาจจะแปลมั่วบ้างอะไรบ้างก็อย่าว่ากันนะคะ ><
 
ปล.ตอนนี้เราได้ตั้งเพจให้คนที่ติดตามรีวิวเกมส์นี้ให้เข้าไปโหวตกันแล้วว่าอยากอ่านรีวิวเนื้อเรื่องของใครต่อ ก็สามารถเข้าไปโหวตกันได้ที่นี่ค่ะ <<คลิก>> เราจะปิดโหวตอีกทีช่วงปิดซัมเมอร์ปีหน้าโน่นเลย วันที่ที่แน่นอนเดี๋ยวเราจะมาบอกอีกทีค่ะ
 
แล้วก็ถ้าใครอยากติดตามข่าวสารต่างๆเกี่ยวกะเกมส์ที่เรารีวิว ก็สามารถเข้าไปติดตามได้ที่เพจเดียวกะที่ให้โหวตหรือก็คือเพจนี้ค่ะ >>> http://www.facebook.com/SeiiReviewGames เวลาเรามีอัพเดตอะไรก็จะมาบอกผ่านทางเพจนี้นะคะ เพราะบางทีเราไม่ค่อยสะดวกที่จะมาอัพเดตข่าวผ่านทางบล็อกเท่าไหร่

---------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ตอนนี้พวกเทียน่าก็รู้กันแล้วว่าทั้งซิลวิโอและผู้หญิงที่อยู่ในร้านอีกคนจะต้องอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุทางเรือและคำสาปของพวกตนแน่ๆ แต่แมทธีอัสคิดว่าทั้งซิลวิโอและผู้หญิงคนนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องฆ่าพวกเค้าเลยนอกซะจากว่ามีใครบางคนจ้างวานมา ดังนั้นเพื่อให้ได้รู้ตัวคนบงการ ก็ต้องใช้แผนล่อเสือออกมาจากถ้ำ โดยพวกแมทธีอัสจะขอยืมรถม้าจากปราสาทแคทรียาแล้วจะจัดขบวนแห่รอบๆเมืองเพื่อให้ตัวคนบงการได้รู้ว่าพวกเค้ายังไม่ตาย ส่วนพวกซิลวิโอเองก็คงอยู่เฉยไม่ได้ จะต้องออกมาทำอะไรบางอย่างแน่นอน
 
 
หลังจากแห่ขบวนเสร็จ ทั้งหมดก็เอารถม้าไปคืนที่ปราสาท คราวส์ที่ยืนรออยู่ข้างในก็ถามเทียน่าทันทีว่าไปเจอพวกเจ้าชายได้ยังไงอะไรเมื่อไหร่ เทียน่าก็ยังคงปิดปากเงียบเพราะพวกแมทธีอัสยังไม่อยากให้บอกใครเรื่องนี้
 
ตอนนี้คราวส์ก็จะเล่าถึงอดีตสมัยที่ตัวเองกับแมทธีอัสเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน เค้าได้ยินว่ากษัตริย์ฟาซานหรือพ่อของแมทธีอัสสั่งฆ่าพี่น้องของตนหมดเพื่อจะได้ขึ้นครองบังลังก์เอง ทำให้ใครๆก็คิดว่าแมทธีอัสก็คงจะเหมือนกับพ่อของเขา แล้วยิ่งเจ้าตัวชอบทำตัวเหินห่างกับคนอื่น ทำให้ทั้งเพื่อนๆนักเรียนและครูต่างก็หวาดกลัวกัน เทียน่าที่ฟังอยู่ก็คิดว่าที่แมทธีอัสเป็นอย่างงั้นก็คงจะเป็นเพราะโรคประจำตัวของเขาที่ถ้าโดนผู้ชายแตะตัวแล้วอาการจะกำเริบอย่างหนักนั่นเอง เมื่อคุยๆซักพัก พอคราวส์เผลอ เทียน่าก็ใส่ตีนหมารีบวิ่งหนีออกจากปราสาททันที O_O
 
ในเมืองแคทรียาตอนนี้ก็มีงานเลี้ยงฉลองกัน เจ้าชายแต่ละคนก็ไปโน่นไปนี่กันอย่างสนุกสนาน ยกเว้นแมทธีอัสที่อยากไปไหนต่อไหนกับเทียน่ามากกว่า เทียน่าเลยต้องอาสาเป็นมัคคุเทศก์จำเป็นพาแมทธีอัสเดินชมรอบๆเมือง
 
เริ่มจากที่แรก เทียน่าพาแมทธีอัสมาที่ลานกว้างซึ่งตอนนี้มีกลุ่มคนตั้งวงเล่นไพ่กันอยู่ แมทธีอัสเห็นดังนั้นก็ตาวาวรีบบึ่งเข้าไปในวงไพ่นั้นทันที ผลออกมาแน่นอนว่าแมทธีอัสชนะรวดติดๆกันจนวงไพ่เจ๊งค่ะ 5555 แต่แมทธีอัสก็เอาเงินที่เล่นได้คืนให้คนในวงหมด แล้วทั้ง 2 ก็ไปที่อื่นต่อ
 
 
ที่ต่อไปก็คือตลาดที่เทียน่าเจอกับพวกสัตว์น้อยครั้งแรก ที่นั่นทั้ง 2 ได้เจอกับแฮนนส์(งินอวตาร 555) เพื่อเป็นการไถ่โทษที่คราวที่แล้วเสียมารยาทกับเทียน่า เค้าก็เลยให้ขนนกที่ไว้ใช้เล่นกับสัตว์มาชิ้นนึงฟรีๆ แล้วก็เดินจากไป ก่อนไปจากที่นี่ แมทธีอัสก็แวะซื้อชีสมาชิ้นนึงและพยายามจะป้อนให้เทียน่ากินตรงนั้น แต่เทียน่าก็ไม่ยอมกินเพราะอายสายตาที่จับจ้องมาที่ทั้งคู่ แมทธีอัสเลยตัดสินใจว่าค่อยทำอีกทีตอนที่พวกเค้าอยู่กัน 2 ต่อ 2 =w=
 
ที่ต่อมาที่ไปคือสวนกุหลาบที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้ กุหลาบของที่นี่จะต่างกับกุหลาบทั่วไปคือดอกจะไม่บานจนกว่าจะมีคนเด็ดมันไปให้กับคนที่ตนรักจากใจจริงๆ แมทธีอัสเลยจะลองเด็ดกุหลาบให้เทียน่า และบอกว่า "ถ้ามันเกิดบานขึ้นมาจริงๆ ชั้นจะเป็นคนรับผิดชอบเธอเอง ;)"
 
ช่วงนั้นเองก็มีฝูงแฟนคลับของแมทธีอัสมารายล้อมให้กุหลาบกัน แต่ก็ไม่มีดอกไหนที่แมทธีอัสรับแล้วบานเลย แสดงให้เห็นว่าสาวๆพวกนั้นแค่คลั่งไคล้เค้าเฉยๆแต่ไม่ได้รักเค้าจากใจจริง เมื่อให้ดอกไม้กันเสร็จแล้ว ทั้งคู่ก็กลับบ้านเพื่อไปเก็บดอกกุหลาบกันก่อน ระหว่างทางแมทธีอัสก็ขอให้เทียน่าช่วยเค้าถือดอกกุหลาบบางส่วนหน่อย พอเทียน่ารับมา ปรากฏว่ากุหลาบพวกนั้นก็บานทันที
 
 
แมทธีอัสเห็นดังนั้นก็พูดว่าตัวเค้าไม่เคยคิดที่จะใช้วิธีนี้ยืนยันความรู้สึกของตัวเองหรอกนะ เทียน่าฟังแล้วก็รู้สึกงงๆ แมทธีอัสเลยพูดตัดบทว่าที่กุหลาบมันเป็นแบบนี้คงเพราะกำลังโกรธเค้าอยู่หล่ะมั๊ง ;) (ตรูยิ่งงงหนักกว่าเดิมอีกเฟร้ยย!!! =[]=)
 
หลังจากเก็บกุหลาบไว้ที่บ้านเสร็จแล้ว ทั้งคู่ก็ไปที่โรงละครกันต่อ พอมาถึงก็เจอกับเจ้าของโรงละครกำลังเครียดเรื่องที่นักแสดงนำเรื่องที่ต้องเล่นวันนี้เกิดไม่สบายกะทันหัน แมทธีอัสกับเทียน่าเลยตัดสินใจช่วยเค้าโดยการแสดงเป็นโรมิโอกับจูเลียตให้แทน =w=
 
 
เมื่อการแสดงจบลง ก็ได้เสียงปรบมือจากผู้ชมอย่างล้นหลาม ทำให้เจ้าของโรงละครรู้สึกดีใจมากและอยากจะจับมือเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณทั้งคู่ แมทธีอัสที่เป็นโรคแพ้ผู้ชายก็กล้าๆกลัวๆอยู่ แต่เพื่อไม่ไห้เป็นการเสียน้ำใจก็เลยยอมจับมือด้วย พอจับเสร็จแมทธีอัสก็รีบออกจากที่นั่นแล้วเจ้าตัวก็เกิดอาการหืดหอบขึ้นมาทันที (สงสารแทน =w=)
 
ก่อนกลับบ้าน เทียน่าก็ให้แมทธีอัสกลับไปคนเดียวก่อน ส่วนตัวเองจะขอแวะห้องสมุดแปปนึง พอไปถึงก็เจอคราวส์อยู่ที่นั่น เทียน่าก็ถามคราวส์ว่าพอจะมีวิธีรักษาอาการแพ้ผู้ชายบ้างไม๊ ซึ่งคราวนี้คราวส์จะไม่ยอมบอกอะไรทั้งสิ้นจนกว่าเทียน่าจะอธิบายสาเหตุที่ถามถึงเรื่องนี้ก่อน เทียน่าไม่มีทางเลือกก็เลยอธิบายอาการของแมทธีอัสให้ฟัง คราวส์ก็เลยบอกส่วนผสมของตัวยาที่สามารถรักษาอาการนี้ได้ แต่ติดที่ส่วนผสมตัวนึงที่เป็นวัตถุดิบที่หาได้ยากมากนั่นก็คือ "ดอกไม้แห่งความบอบช้ำ(Traum Flower)"
แปลถูกป่าวไม่รู้ แต่ดูจากความหมายแล้วก็สมควรที่จะหายากแล้วแหละ ชื่อแบบว่า...นะ =w=
 
พอกลับถึงบ้าน เทียน่าก็ลองใช้ขนนกที่ได้จากแฮนนส์มาเล่นกับแมทธีอัสดู ตอนแรกแมทธีอัสก็ออกแนวรำคาญๆ แต่ไปๆมาๆดันติดใจซะงั้น 5555
 
 
หลังจากเล่นจนเหนื่อยแล้ว แมทธีอัสก็นัดเทียน่าให้มาเจอเค้าที่สวนหลังบ้านช่วงค่ำๆเพราะมีเรื่องจะคุยด้วย พอตกดึกเทียน่าก็มาตามที่นัดไว้ ก็เจอกับแมทธีอัสในร่างคน ในมือก็ถือชีสที่ซื้อมาจากตลาดเมื่อตอนเย็นมาด้วย ที่แท้แมทธีอัสก็ต้องการทำตามสัญญาที่ให้ไว้(กับตัวเอง)ว่าจะป้อนชีสให้เทียน่ากินตอนอยู่กัน 2 ต่อ 2 นั่นเอง =w= เทียน่าที่ตอนนี้ไม่มีข้ออ้างอะไรแล้วก็เลยต้องจำใจกิน เมื่อแมทธีอัสป้อนเสร็จก็สังเกตเห็นเศษชีสติดอยู่ที่แก้มเทียน่า เจ้าตัวก็เลย...
 
 
เลียออกให้!!! ทำให้เทียน่าอายจนหน้าแดงแบบสุดฤทธิ์สุดเดช (คนเล่นก็เขิลสุดๆไปเลยค่าาา อ๊ายยยยย >///////<) หลังจากที่ทำให้สาวๆ(?)เขิลกันไปยกใหญ่ แมทธีอัสก็พูดถึงเข็มกลัดที่เทียน่าขายให้แฮนนส์เพื่อซื้อพวกเขาทั้ง 4 จริงๆแล้วมันเป็นเครื่องประดับของเชื้อพระวงศ์ในอาณาจักรฟาซาน พอถามว่าเทียน่าได้มายังไง เทียน่าก็บอกว่าได้มาจากแม่แต่ไม่รู้ว่าแม่ไปได้ของชิ้นนี้มาจากไหนเหมือนกัน คุยกันอีกซักพักทั้ง 2 ก็แยกย้ายกันไปนอน ซึ่งแมทธีอัสก็ทิ้งท้ายด้วยการให้สัญญากับเทียน่าว่าเมื่อไหร่ที่พวกเค้าได้กลับอาณาจักรฟาซาน เค้าจะหาสัตว์ตัวใหญ่ๆมาให้เทียน่าฝึกตามต้องการเลย ;)
 
ช่วงนี้ภาพจะตัดไปทางพวกซิลวิโอที่กำลังหลบหนีอยู่ที่อุโมงค์ใต้ดินของเมืองแคทรียา หลังจากได้ยินข่าวว่ามีการจัดขบวนแห่ของเจ้าชายทั้ง 4 แล้ว ทั้งซิลวิโอและเกอด้า(Gerda)ที่เป็นแม่มดฝึกหัดก็วางแผนที่จะทำอะไรบางอย่างในวันพรุ่งนี้
 
วันถัดมาขณะที่เทียน่าเดินๆอยู่ในบ้าน อยู่ๆแมทธีอัสก็กระโจนเข้าใส่เทียน่าแบบไม่ทันตั้งตัว เค้าอธิบายว่าที่ทำอย่างงี้ก็เพราะต้องการช่วยฝึกเทียน่าให้เป็นนักฝึกสัตว์เต็มตัว หากว่าต้องเจอสถานการณ์อย่างงี้จริงๆแล้วเทียน่าจะทำยังไงต่อ เทียน่าไม่รอช้าก็รีบคว้านกหวีดที่ห้อยอยู่ที่คอเป่าทันที เมื่อแมทธีอัสได้ยินเสียงนกหวีดก็หลับไปทันที =w=
 
 
พอตกดึก ขณะที่ทุกคนกำลังจะเข้านอน ก็มีเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆดังมาจากหน้าบ้าน พอทุกคนวิ่งไปดูก็เจอกลุ่มแฟนคลับของพวกเจ้าชายมาออกันอยู่ที่หน้าประตูและต่อว่าเทียน่าที่ให้เจ้าชายทั้ง 4 มานอนที่นี่ แมทธีอัสเลยตะโกนว่าพวกแฟนคลับเสียงดังจนพวกแฟนคลับเสียงอ่อยไป แต่จู่ๆก็มีคนๆนึงวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหาเทียน่า คนๆนั้นคือเกอด้านั่นเอง
 
 
เกอด้าจับมือเทียน่าไขว้หลังแล้วใช้มีดต้องสาปแทงเทียน่าที่บริเวณหน้าอก ผลของคำสาปนี้คือมันจะค่อยๆกัดกินชีวิตของผู้ต้องสาปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ พวกเจ้าชายเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปช่วยเทียน่า ซึ่งช่วงนั้นซิลวิโอก็จะตามมาสมทบพอดี เกอด้าจะปาผงอะไรบางอย่างใส่ลูเซียและเอริคจนทำให้ทั้งคู่กลับเป็นสัตว์น้อยเหมือนเดิม ส่วนอัลเฟรดที่จะจัดการซิลวิโอก็ทำอะไรซิลวิโอไม่ได้ เนื่องจากซิลวิโอสามารถหลบหลีกการโจมตีของเค้าได้อย่างรวดเร็ว
 
สุดท้ายก่อนที่เกอด้าและซิลวิโอจะหนีไป ซิลวิโอก็กลับร่างเป็นแมวดำ ทำให้เจ้าชายทั้ง 4 ได้รู้ว่าซิลวิโอคือแมวตัวที่ขึ้นเรือมากับพวกเค้าด้วยในวันที่เกิดเรื่องนั่นเอง ซิลวิโอบอกแมทธีอัสทิ้งท้ายว่า ถ้าอยากช่วยเทียน่าจากคำสาป ให้ฆ่าน้องทั้ง 3 แล้วนำศพมาให้พวกเค้าดูที่อุโมงค์ใต้ดินของเมืองแคทรียาพรุ่งนี้ช่วงค่ำๆ พวกเค้าจะรออยู่ที่นั่น แน่นอนว่าแมทธีอัสไม่ได้ทำตามที่ซิลวิโอบอก แต่เจ้าตัวก็คิดแผนอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ 
 
คืนถัดมา เทียน่าและแมทธีอัสก็ไปที่อุโมงค์ใต้ดินพร้อมกับเอาศพของอัลเฟรด ลูเซีย และเอริคให้เกอด้าและซิลวิโอดู แต่ซิลวิโอไม่แน่ใจว่าทั้ง 3 ตายจริงรึเปล่าเลยจะเดินเข้ามาเช็ค ช่วงจังหวะนั้นเอง แมทธีอัสก็ให้สัญญาณ เทียน่าก็รีบเป่านกหวีดทันที ซักพักนึงก็มีฝูงหนูหลายร้อยตัววิ่งเข้ามาจะทำร้ายเกอด้าและซิลวิโอ เกอด้าเห็นดังนั้นก็ร้องกรี๊ดแล้วรีบกระโดดขึ้นตัวซิลวิโอทันที ซิลวิโอเองถึงจะไม่กลัวหนู แต่ตอนนี้กำลังแบกเกอด้าอยู่ แถมจำนวนหนูในนี้ก็เยอะเกินกว่าจะจัดการไหว ทั้ง 2 เลยยอมยกธงขาวแต่โดยดี และพร้อมจะเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง (ตอนนี้ฟังทั้ง 2 คนด่ากันไปด่ากันมาก็ฮาดีนะคะ 555)
 
 
ทั้งหมดจะกลับไปที่บ้านของเทียน่า แล้วเกอด้าจะเล่าว่าตัวเองเป็นลูกศิษย์ของแม่มดคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ตอนนี้ อยู่มาวันหนึ่งอาจารย์ของเธอก็โดนคนของอาณาจักรรีนาร์ดจับตัวไป แล้วก็สั่งให้เกอด้าฆ่าเจ้าชายของอาณาจักรฟาซานทั้ง 4 แลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวอาจารย์ของเธอ จริงๆเกอด้าก็รู้ว่าเรื่องมันคงไม่ได้ง่ายอย่างงั้น เกอด้าก็เลยใช้มีดต้องสาปกับเทียน่าเพื่อเป็นการบังคับให้เทียน่าและพวกเจ้าชายช่วยอาจารย์ของเธอด้วย ซิลวิโอบอกว่าตัวเค้าก็โดนคำสาปเหมือนกัน แล้ววิธีเดียวที่จะสามารถแก้คำสาปได้คือต้องใช้เลือดจากอาจารย์ของเกอด้าเท่านั้น
 
คุยกันอีกซักพัก ล็อตเต้ก็มาหาเทียน่าเพื่อบอกข่าวว่าตอนนี้อาณาจักรรีนาร์ดได้ยกพลทหารมาถึงทิศตะวันตกของเมืองแคทรียาเพื่อเตรียมที่จะรบกับอาณาจักรฟาซานและแคทรียาแล้ว แมทธีอัสเลยตัดสินใจแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม โดยแมทธีอัสกับอัลเฟรดจะคอยปกป้องเมืองอยู่ที่นี่ ส่วนลูเซียกับเอริคให้ไปที่อาณาจักรรีนาร์ดพร้อมกับเกอด้าและซิลวิโอเพื่อช่วยอาจารย์ของเกอด้าออกมา ตอนนี้เทียน่าก็ตัดสินใจที่จะอยู่ที่แคทรียาเพื่อคอยช่วยพวกแมทธีอัสอีกแรง  เกอด้าจึงได้ให้กระจกเวทมนตร์กับเทียน่าไว้สำหรับคุยติดต่อกันและผงสีทองอีกจำนวนนึง(ผงที่ทำให้สัตว์กลายเป็นคนชั่วคราว)ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป
 
แมทธีอัส อัลเฟรดและเทียน่าก็ไปที่ปราสาทแคทรียาเพื่อเตรียมตัวที่จะรบกับกองทัพของอาณาจักรรีนาร์ด พอไปถึงก็จะเจอคราวส์อยู่ที่นั่น คราวส์จะให้เทียน่าหนีไปที่อื่นเพราะที่นี่มันอันตรายเกินไป แต่เทียน่าจะไม่ยอม คราวส์ก็จะโมโหแมทธีอัสที่ปล่อยให้เทียน่ามาที่นี่ทั้งๆที่รู้ว่าจะเกิดสงครามขึ้น แมทธีอัสเลยบอกให้คราวส์เชื่อใจเค้า เพราะเค้าจะคอยปกป้องเทียน่าเอง แล้วทั้ง 3 ก็ย้ายมาอยู่ที่ปราสาทชั่วคราว
 
วันต่อมา ล็อตเต้ก็มาหาเทียน่าเพื่อชวนให้หนีไปที่เมืองซาร์ดีนด้วยกัน แต่เทียน่าจะปฏิเสธพร้อมบอกว่าต้องการอยู่ที่นี่กับคนๆนึง ล็อตเต้เลยถามว่าคนๆนั้นคือคนที่เทียน่ารักใช่ไม๊ เทียน่าก็พยักหน้า ล็อตเต้เลยอวยพรให้เทียน่าอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัยและหวังว่าเร็วๆนี้จะได้พบกันอีก เมื่อล็อตเต้ไปแล้ว เทียน่าก็มีอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกชั่ววูบ เทียน่าคิดว่าอาจจะเป็นเพราะผลของคำสาปรึป่าว แต่สุดท้ายก็คิดว่าคงเป็นเพราะตัวเองกังวลมากเกินไปเท่านั้น
 
มีอยู่คืนนึง เทียน่าก็ยกอาหารมาให้แมทธีอัสเพราะเห็นว่าเจ้าตัวเตรียมศึกหนักมาทั้งวันแล้ว แมทธีอัสก็ออกแนวเกรงใจหน่อยๆ เทียน่าเลยดึงแมทธีอัสมาซบที่ไหล่แล้วบอกว่าเวลาอยู่ต่อหน้าเธอก็ให้ทำตัวสบายๆ ถ้าเหนื่อยก็บอกว่าเหนื่อย และที่มาที่นี่ก็เพราะอยากจะช่วยทำให้เค้าผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง (นางเอกของเราเริ่มใช้สกิลรุกแล้วค่าา >////<)
 
 
แมทธีอัสเองก็รู้สึกดีขึ้นและก็ได้เล่าเรื่องในอดีตของเค้าให้เทียน่าฟัง เค้าเล่าว่าเมื่อก่อนใครๆก็กลัวเค้าทั้งนั้นเพราะเค้ามีใบหน้าเหมือนพ่อซึ่งเป็นกษัตริย์ฟาซานที่มีใจโหดเหี้ยมอย่างกะแกะ ทำให้ตัวเค้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอด แต่ก็มีคนๆนึงที่ไม่กลัวเค้าและยังสอนอะไรต่างๆให้มากมาย คนๆนั้นก็คือเบิร์น(Bernd) หัวหน้าทหารของอาณาจักรฟาซานนั่นเอง
 
คืนนั้นหลังเทียน่ากลับห้องแล้ว แมทธีอัสก็ฝันเห็นเรื่องในอดีต ตอนนั้นเค้ากำลังร้องไห้อยู่แล้วเบิร์นก็เข้ามาปลอบว่า "คนที่เป็นราชาในอนาคตหน่ะเค้าจะไม่มานั่งร้องไห้กันอย่างงี้หรอกนะ"

 
เช้าวันถัดมา ก็มีทหารมารายงานว่าการต่อสู้ของฝ่ายแคทรียาที่อัลเฟรดเป็นคนนำทัพกำลังไปได้ด้วยดี และตอนนี้กำลังเสริมจากฟาซานที่ยกทัพมาโดยเบิร์นกำลังมาถึงที่นี่แล้ว แมทธีอัสได้ยินดังนั้นก็ดีใจมากแล้วก็รีบออกจากปราสาทเพื่อไปเตรียมต้อนรับเบิร์นทันที
 
ช่วงนั้นเทียน่าก็ได้สัญญาณจากลูเซียพอดีจากกระจกที่เกอด้าเคยให้ไว้ ลูเซียได้ถามว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นไงบ้าง เทียน่าเลยบอกว่าตอนนี้เบิร์นได้ยกกำลังเสริมมาช่วยที่นี่แล้ว ลูเซียได้ยินดังนั้นก็ตกใจมากพร้อมเตือนเทียน่าว่าห้ามแมทธีอัสเข้าใกล้เบิร์นเป็นอันขาด แล้วสัญญาณก็ขาดหายไป เทียน่าก็งงคำพูดของลูเซียเมื่อกี้แต่ก็รีบไปตามหาแมทธีอัสทันที จนไปเจอแมทธีอัสอยู่ที่โคลอสเซียม
 
สภาพที่เทียน่าเห็นในตอนนั้นคือ มีชายคนนึงยืนอยู่กลางสนาม ในมือของเค้าก็ถือดาบเปื้อนเลือดอยู่ ถัดไปไม่ไกลก็เห็นแมทธีอัสนอนคว่ำกับพื้น ที่หลังก็มีรอยแผลจากการโดนฟันเป็นแนวยาว ผมที่เคยยาวสลวยตอนนี้ก็ขาดไปจากการฟันเช่นกัน!!!!!
 
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------
 
จบเนื้อเรื่องของ Matheus ตอนที่ 2 ค่ะ XD
 
จริงๆน่าจะเสร็จเร็วกว่านี้ แต่พอดีความขี้เกียจมันมาเยือน(อีกแล้ว 555) มันไม่มีสมาธิด้วยแหละ เพราะต้องไปนู่นไปนี่ พอกลับถึงบ้านก็เพลียสุดๆ =A="
 
ถ้าไม่มีอะไรตอนหน้าอาจจะ(เน้น!อาจจะ)เป็นตอนสุดท้ายของเนื้อเรื่องแมทธีอัสนะคะ แต่ถ้ามันเยอะกว่าที่คิดไว้ก็คิดว่ายังไงก็คงไม่เกิน 4 ตอนแน่นอนค่ะ ><
 
แล้วก็ขอจบด้วยประโยคเดิมเหมือน Entry ที่ผ่านๆมา...ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่เล่นแล้วไม่เข้าใจเนื้อเรื่องหรือคนที่ไม่เคยเล่นเกมส์นี้มาก่อนไม่มากก็น้อยนะคะ รักใครชอบใครก็โพสต์บอกกันได้นะคะ จะได้หาแนวร่วมบ้าไปด้วยกัน 5555
 
ใครผ่านมาอ่านก็ขอเม้นนิดๆหน่อยๆเพื่อเป็นกำลังใจให้จขบ.ด้วยนะคะ
ใครต้องการแชร์ข้อมูลก็ขอเครดิตให้จขบ.ด้วยน่อออ
ใครอ่านแล้วชอบที่เรารีวิวก็สามารถไปกด Like หรือ Tweet หรือกด Share
ที่ด้านขวาบนของบล็อกล่างรูปโปรไฟล์เราได้เลยน้า
ขอขอบคุณล่วงหน้าค่าาา ^^
 
[Edit] เนื่องจากมีหลายคนเข้ามาถามถึงตอนต่อของเกมส์นี้พอสมควร ดังนั้นจขบ.เลยตั้งใจไว้ว่า ในช่วงเดือนตุลา จขบ.จะอัพเนื้อเรื่องของแมทธีอัสที่เหลือให้หมด และในช่วงปิดซัมเมอร์ปี 2556 จขบ.จะเริ่มแปลเนื้อเรื่องของคนอื่นๆค่ะ และถ้ามีเวลาก็จะแปลไปถึงภาค 2 ของเกมส์นี้ด้วยเลย ยังไงก็ช่วยเป็นกำลังใจให้จขบ.ด้วยน้าาา~ >w<
 
(ขอขอบคุณคนที่มาคอมเม้นท์และคนที่มากด like หรือ Tweet ให้ด้วยนะคะ จขบ.มีกำลังใจในการรีวิวเกมส์นี้ต่อมากถึงมากที่สุดสุดๆค่ะ XD)
 
[เพิ่มเติม] อัพเนื้อเรื่องของ Matheus ตอนที่ 3-4 แล้วน้า
 เข้าไปอ่านได้ที่ Link ด้านล่างเล๊ยยย XD
 

Comment

Comment:

Tweet

แปลดีมากๆเลยค่ะ เข้าใจเนื้อเรื่องได้อีกเยอะเลย

#8 By Mill (::|27.130.17.102) on 2012-10-11 16:28

เกอด้า เหมือนอากินจัง(ในกินทามะ)เลยแหะ cry

#7 By natt (103.7.57.18|101.108.255.179) on 2012-08-19 11:40

สนุกมากๆเลยคะ
 confused smile

#6 By SoulmateOry (103.7.57.18|125.26.226.35) on 2012-07-07 12:46

แปลเก่งมากเลยจ้า~ (เก่งกว่าเราเยอะT^T)
เราเพิ่งเล่นจบไม่กี่วันนี้เอง ฮะๆๆ
สกิลในการมั่วของเรากว่าจะไปถึงตรงนั้นได้ก็แย่แล้ว~
ก็....เนื้อเรื่องก็ไม่ใกล้ไม่ไกลแล้วล่ะจ้า~
เราว่าตอนที่ 3 ก็น่าจะจบเรื่องแล้วล่ะ ; ) 
สู้ๆนะ! อัพตอนที่ 3 แล้วจะมาดูนะจ๊ะ ; ))

#5 By Vampie on 2012-05-08 17:07

อ่ะ ค้างมากค่ะcry

#4 By Reiven on 2012-02-25 17:01

กรี๊ดดดดด น่าร๊ากกกกก Hot! Hot!

#3 By yama on 2011-12-22 19:30

โอ้ววทำไมภาพสวยอย่างงี้

#2 By Unichr❉me on 2011-12-14 17:36

หล่อจริงๆ ให้ดิ้นตาย

#1 By DySakura on 2011-12-13 17:03